
ธรรมสัจจะ ดีชั่ว รู้ตัวเอง Written by Sasicha Isarasriroj
ความดีหรือส่วนดีแห่งกรรมคือการงานที่กระทำทางกายทางวาจาทางใจอันเป็นส่วนภายนอก
และหมายถึงคุณอันเป็นเครื่องเกื้อกูลหรือความดีทางจิตใจอันได้แก่ธรรมที่เป็นเครื่องเกื้อกูลใจให้บรรลุถึงความบริสุทธิ์และความดีทุกอย่างเป็นส่วนภายใน
ธรรมดังกล่าวนี้เป็นหลักสำคัญที่ต้องมีคู่กับสัจจะอันจะขาดเสียมิได้เพราะว่าถ้าขาดธรรมเสียแล้วสัจจะก็จะดำเนินไปในทางที่ผิดได้คือเมื่อเป็นสัจจะอันประกอบด้วยอธรรมก็ย่อมบังเกิดผลเป็นทุกข์เป็นโทษต่าง ๆยิ่งเป็นสัจจะที่แรงกล้าก็ยิ่งประกอบด้วยโทษด้วยทุกข์ที่แรงกล้า
ดังจะพึงเห็นได้ว่าสัจจะของโจรเป็นสัจจะที่ประกอบด้วยอธรรมคือโจรผู้กระทำการฆ่าเขาบ้างการลักของเขาบ้างเป็นต้นก็ต้องมีสัจจะคือการทำจริงต้องมีการฆ่าเขาจริง มีการลักของเขาจริงประกอบด้วยความอดทน เป็นต้น
ในการที่จะประกอบทำการฆ่าการลักนั้นแต่ว่าเป็นสัจจะที่ประกอบด้วยอธรรมเพราะว่าการฆ่าเขาบ้างการลักของเขาบ้างนั้นเป็นอธรรมคือเป็นกรรมที่เป็นโทษตัดรอนหาได้เป็นธรรมไม่ เพราะฉะนั้นผู้มีสัจจะอันประกอบด้วยอธรรมนั้นจึงกลายเป็นโจรไป
ผู้ที่ทำความชั่วอย่างอื่นก็เช่นเดียวกันย่อมมีสัจจะอันนี้ประกอบด้วยอธรรมจึงกระทำความชั่วนั้น ๆ สำเร็จได้ สัจจะอันขาดธรรมหรือสัจจะอันประกอบด้วยอธรรมจึงมีโทษมีทุกข์
แต่เมื่อมีธรรมเข้ามาประกอบสัจจะจึงจะมีการกระทำอันเป็นคุณเกื้อกูลให้บังเกิดความสุขความเจริญได้ทุกอย่างดังจะพึงเห็นได้ว่าบุคคลผู้มีจิตใจประกอบด้วยธรรมเป็นต้นว่าประกอบด้วยเมตตา กรุณาหรือประกอบด้วยความไม่โลภไม่โกรธไม่หลง
และมีสัจจะคือทำจริงพูดจริงตั้งใจจริงในการประกอบกรณีคือกิจที่ควรทำ ดั่งนี้ย่อมอำนวยให้เกิดประโยชน์สุขตั้งแต่ส่วนน้อยจนถึงส่วนที่ยิ่งใหญ่ไพศาลจะพึงเห็นสัจจะและธรรมดังกล่าวได้ในท่านผู้เป็นมารดาบิดาครูอาจารย์ตลอดจนในบุคคลทั้งหลายผู้ปฏิบัติให้บังเกิดสุขประโยชน์แก่ตนเองก็ตามแก่ส่วนใดส่วนหนึ่งก็ตามหรือแก่ส่วนใหญ่ก็ตาม
ถ้าแม้ขาดสัจจะและธรรมคู่นี้แล้วจะทำสิ่งใดให้เกิดประโยชน์สุขขึ้นหาได้ไม่พึงพิจารณาดูได้ตั้งแต่ตนเองออกไปหรือจากบุคคลอื่นภายนอกเข้ามาที่ตนเองก็จะเห็นได้ว่าบรรดาที่บังเกิดสุขประโยชน์ทุก ๆ อย่างของทุก ๆ คนไม่ว่าใครจะต้องมาจากสัจจะและธรรมประดับใจดังที่กล่าวมา
แล้วทั้งหมดถ้าขาดเสียแล้วก็ไม่ให้บังเกิดผลสำเร็จหรือให้บังเกิดผลที่ตรงกันข้ามคือที่เป็นทุกข์โทษเพราะฉะนั้นพระพุทธองค์จึงทรงยกสัจจะและธรรมเป็นธรรมอันเป็นหลักสำคัญที่พึงประพฤติปฏิบัติทรงมีพระพุทธโอวาทไว้แปลความว่าสัจจะ ๑ ธรรม ๑ อวิหิงสา ๑ ทมะ ๑ มีในบุคคลใดอริยชนทั้งหลายย่อมเสพหาบุคคลนั้นสัจจะและธรรมนั้นมีความหมายดังกล่าวแล้ว อหิงสา แปลว่าความไม่เบียดเบียนทั้งกาย วาจา ใจ สัญญามะ ก็คือความสำรวมระวังและทมะคือความฝึกใจข่มใจ
ธรรมหมวดนี้ควรที่ทุกคนจะได้นำมาประพฤติปฏิบัติให้ได้ผลยิ่ง ๆ ขึ้นเพื่อให้การอบรมจิตสมบูรณ์โดยแท้.
Reference: หนังสือเรื่องธรรมประดับใจ น.๑๔๖ น.๑๔๗ น.๑๔๘
Thanks Photography นิตยสารชีวจิตออนไลน์
🦅🦅